Fear street Part 3 : 1666 ถนนอาถรรพ์ ภาค 3: 1666 ณ เมืองเซดี้ไซด์

Fear street Part 3
Fear street Part 3

Fear street Part 3 : 1666 ถนนอาถรรพ์ ภาค 3: 1666 ณ เมืองเซดี้ไซด์ เมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เมืองที่ขึ้นชื่อ เมืองแห่งนักฆ่าของสหรัฐ เมืองที่ฉาบไปด้วยกลิ่นอายของตำนานแม่มดซาราห์ เฟียร์ ในปี 1994  หลังจากการเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมในห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และร้านขายสินค้าของเมือง โดยนักฆ่าที่ว่ากันว่าเกิดจากแรงอาฆาตของแม่มด ผู้รอดชีวิตคือ ดีน่า จอช ทั้งสองก็ต้องหาทางแก้อาถรรพ์คำสาปเพื่อที่จะไม่ให้แซมกลายเป็นนักฆ่าคนต่อไป จึงไปที่บ้านของซินดี้ เบอร์แมน หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่รอดจากการฆาตกรรมในปี 1978 มาได้ หลังจากที่ทุกคนสามารถสืบจนได้ว่า ร่างกายและมือของแม่มดซาร่าห์ เฟียร์ฝังไว้ที่ไหนแล้ว ดีน่าก็จัดการนำมารวมกันเพื่อหาทางกำจัดและลบอาถรรพ์ กลับกลายเป็นว่าดีน่าได้เห็นนิมิตรบางอย่าง ภาพในหัวเธอก็ย้อนไปถึงปี 1666 และดีน่าก็คือ ซาร่าห์ เฟียร์ เรื่องราวในปี 1666 นั้นจะเป็นอย่างไร อะไรคือความเครียดแค้นที่ทำให้แม่มดซาร่าห์ เฟียร์อาฆาต ขอเชิญติดตามรับชมจากรีวิวนี้ได้เลยนะ  ในปี 1666 ณ เมืองหนึ่งที่ชื่อว่ายูเนี่ยน เป็นเมืองที่เป็นชุมชนขนาดเล็ก ผู้คนทุกคนทุกหลังคาเรือนรู้จักกัน เป็นชุมชนที่เคร่งครัดในศาสนาเป็นอย่างมาก เรื่องเริ่มต้นที่บ้านของ ซาร่าห์ เฟียร์ แม่หมูสีดำได้คลอดลูกออกมา 12 ตัว เธอได้ช่วยมันทำคลอดจนสำเร็จ รอดชีวิตทุกตัว เธอได้นำลูกหมูไปให้ชายคนหนึ่งที่รู้จักกันดีชื่อว่าโซโลมอน กูดส์ ซึ่งเขาเป็นคนเก็บตัวใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในป่าลึก และนี่ก็คือชายที่เป็นมิตรกับเธอมากที่สุดในเมือง ในคืนวันนั้นเอง วัยรุ่นของเมืองก็ได้รวมตัวกันในป่า สังสรรค์รอบกองไฟ แล้วดื่มของมึนเมา แต่ซาร่าและเพื่อนอีกสองคนก่อนจะเข้างานกลับชวนกันไปบ้านของหญิงม่าย หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่มดของเมือง เรื่องราวกล่าวขานว่ากันว่า เป็นหญิงที่ชอบดื่มเลือดสาวบริสุทธิ์ต่างน้ำให้คงความวัยเยาว์ ในบ้านของเธอล้วนมีสิ่งของอาถรรพ์ มีตำราที่สามารถติดต่อกับซาตานได้ และที่สำคัญมีผลเบอร์รี่ที่กินแล้วทำให้มีฤทธิ์มึนเมาและรู้สึกดีราวกับขึ้นสวรรค์ ทั้งสามต้องการไปขโมยผลเบอร์รี่มากินในงาน แต่ซาร่ากับพบเจอสมุดเล่มหนึ่ง ที่เขียนถึงเรื่องราวของซาตาน เขียนถึงพฤติกรรมที่ติดต่อกับซาตาน แลกความเป็นอมตะกับซาตานได้ แล้วเธอก็ไปอ่านมนต์บทหนึ่งเข้า เครื่องยังไม่ทันจะอ่านจบ หญิงหม้ายก็โผล่ขึ้นมาซะก่อน แล้วไล่พวกเธอหนีไป ดูหนังออนไลน์

ในงานเลี้ยงทุกคนต่างเมามายโดยเฉพาะซาร่าห์กับฮาน่า ทั้งสองจูงมือกันออกไปในที่ลับตา แล้วก็พรอดรักกันอย่างดูดดื่มแบบหญิงกับหญิง ในระหว่างที่กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม มีบางคนเห็นพวกเธอ พวกเธอจึงหยุดการกระทำนั้นแล้วก็แยกย้าย

วันต่อมาก็มีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้นในเมือง เริ่มจากพ่อของฮันน่าที่เป็นบาทหลวง มีอาการเหม่อลอยพูดแต่เรื่องราวในพระคัมภีร์ ทั้งสองคิดว่านั่นคือผลจากการที่เธอสองคนทำผิดกฎของศาสนาอย่างรุนแรงในหัวข้อการร่วมประเวณีเพศเดียวกัน แม่ของฮันน่าขัดขวางสั่งห้ามไม่ให้ฮันน่ากับซาร่าห์พบกันอีก

หลังจากนั้นก็มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นมากกว่าเดิมก็คือ พืชพันธุ์ธัญญาหารทั้งเมืองนั้นเน่าเสียทั้งหมด แม่หมูของซาร่าที่คลอดลูกมา 12 ตัว อยู่ดี ๆ แม่หมูก็กินลูกของตัวเองทั้งหมด ม้าและสัตว์เลี้ยงของผู้คนอยู่ในอาการคุ้มคลั่งไม่สามารถควบคุมได้ หมากระโดดลงไปตายในบ่อน้ำที่ทุกคนบริโภคจนน้ำเน่าเสีย แต่ที่เลวร้ายที่สุดก็คือ บาทหลวงของเมืองได้ทำการฆาตกรรมเด็ก 10 คน ด้วยการควักลูกตาออกมา จากนั้นก็ควักลูกตาของตัวเอง บาทหลวงยืนที่แท่นแล้วพูดเรื่องราวในพระคัมภีร์ ต่อหน้าศพเด็กทั้ง 10 คนที่ยังนั่งเก้าอี้อยู่ หนึ่งในนั้นคือน้องชายของซาร่าห์ เฟียร์ด้วย จากนั้นผู้คนก็แตกตื่น และกล่าวโทษว่าสิ่งอุบาทที่เกิดขึ้นในเมืองทั้งหมดนั้นมันเกิดขึ้นจากเวทมนตร์ของแม่มด เป็นฝีมือของพวกนอกรีต ผู้คนในเมืองลงมัติให้ตามล่าแม่มด และพฤติกรรมการรักร่วมเพศของซาร่าห์กับฮันน่านั่นแหละที่ทำให้ทั้งสองคนต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ฮันน่าถูกกล่าวโทษเป็นว่าเป็นแม่มดคนแรกจากชายคนหนึ่ง ที่ใส่ร้ายเธอ ว่าเธอจะทำการยั่วยวนและร่ายมนต์ให้ชายผู้นี้ นำชายไปที่ป่าให้ดูนางเปลือยเปล่าขึ้นขี่ฬ่อสีแดงมีเขา นางกลับนอนกับปีศาจ แล้วทุกคนก็เชื่อคำชายผู้นี้ ฮันน่าจึงถูกจับมัดไว้รอการประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ ส่วนซาร่าห์ก็หลบหนีและหาทางมาช่วยฮันน่า แต่ก็ไม่สมารถช่วยได้ ซาร่าห์จึงบอกกับฮันน่าว่า ถ้าทุกคนในเมืองเชื่อว่าเธอเป็นแม่มด เธอก็จะกลายเป็นแม่มดซะเอง

มาถึงภาคที่ 3 แล้ว กับหนังชุดสยองขวัญ Fear street ถนนสายอาถรรพ์ ผลงานจาก netflix Original ที่สร้างสรรค์มาจากงานวรรณกรรมระทึกขวัญของ อาร์. แอล. สไตน์ เสน่ห์สำคัญที่สุดของหนังชุดนี้ก็คือ ในภาค 1 1994 และภาค 2 1978 เขาสามารถนำเอามนต์เสน่ห์ของแนวหนังไล่เชือดหรือ slasher film ในสมัยยุค 80s – 90s มาใช้ได้อย่างลงตัว นับว่าเป็นการคารวะหนังแนวไล่เชือดอย่างแท้จริง

แต่พอมาถึงภาคที่ 3 1666 เขากลับสามารถสร้างหลายสิ่งหลายอย่างขึ้นมาเป็นเอกลักษณ์ของตนเองได้ แถมยังเล่าเรื่องได้สนุก ตื่นเต้น และเก็บกลิ่นอายความคลุมเครือของบรรยากาศช่วงยุคกลางตอนปลาย ในช่วงที่ผู้คนในยุโรปและในอเมริกากำลังยึดมั่นอยู่กับศาสนาอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นศาสนาคริตสศาสนานิกายโรมันคาทอลิกหรือโปรแตสแตนท์ก็ตาม ทำให้การต่อต้านพวกนอกรีตอย่างเอาจริงเอาจัง โดยเฉพาะผู้คนที่ทำตัวผิดแปลกไปจากยุคสมัย เช่นพฤติกรรมรักร่วมเพศ  เธอร่วมเพศกับสัตว์ ไม่ศรัทธาในศาสนาและคำสอน รวมถึงหญิงที่ทำตัวเก่งเกินชาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด จะถูกลงโทษด้วยการแขวนคอหรือไม่ก็เผาทั้งเป็น หนังแสดงถึงความหวาดกลัวในเรื่องนี้ออกมาได้ดีมาก

แม้ว่าในภาค 3 1666 นี้ จะไม่ค่อยมีฉากนักฆ่าไล่เชือด ไล่ฟัน ไล่จามหรือไล่แทงคนอย่างในภาค 1 และภาค 2 แต่เขาก็สามารถสร้างบรรยากาศของความเคลือบแคลง ความมัวเมา และความหวาดกลัวได้ดี ดูแล้วก็ทำให้คิดถึงบรรยากาศจากในหนังเรื่อง The Village (2004) หมู่บ้านสาปสยอง หนังของ M. Night Shyamalan อยู่ไม่น้อย รวมถึงบรรยากาศที่เกี่ยวข้องกับศาสนา แม่มด อาถรรพ์หรือซาตานนั้นก็ทำให้คิดถึง The VVitch (2015) อาถรรพ์แม่มดโบราณ์ด้วยเช่นกัน

หากจะพูดถึงภาคมากที่สุดแล้ว ก็เป็นภาค 1666 นี่แหละ ชอบวิธีการสร้างบรรยากาศของเรื่องทำให้เราเห็นสังคมที่ ยึดมั่นอยู่ในคำเชื่อมคำสอนทางศาสนา ตามวิถีทางของยุคกลางหนือยุคมืด เขาทำบรรยากาศออกมาให้ดูหมองหม่น บีบรัดและกดดัน และนำไปสู่บทสรุปในช่วงท้าย ที่รู้สึกว่าสะเทือนใจเป็นอย่างมาก เป็นตอนที่ถือว่า “ดาร์ค”สุด ๆ แล้ว มีการใช้สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับซาตานและแม่มดจำนวนมากในภาพยนตร์ เช่นสัญลักษณ์ดาวห้าแฉก สัญลักษณ์เลข 13 ที่เป็นการท้าทายอำนาจของพระเจ้า ที่เกี่ยวข้องกับวันศุกร์ 13 และอาหารมื้อสุดท้าย คติความเชื่อเรื่องแม่มดและซาตาน การแลกบางสิ่งบางอย่างกับซาตานเพื่อให้มีชีวิตเป็นอมตะ ซึ่งการใส่สัญลักษณ์เหล่านี้เขาสามารถใส่เอาไว้ได้อย่างแนบเนียน และมีความน่าสนใจในเชิงสัญลักษณ์วิทยากับภาพยนตร์ด้วย ซึ่งโอกาสหน้าทางช่อง Super Review Channel ของเราจะขอขยายความเรื่องการใช้สัญลักษณ์ในภาพยนตร์เรื่องนี้มารับใช้ท่านผู้ชมผู้ฟัง

จุดที่ชอบหนึ่งอย่างก็คือเขาสามารถนำตัวละครแทบทุกตัวทุกตัว ที่ปรากฏตั้งแต่ในภาค 1994 ภาค 1978 กลับมาใช้ในภาค 1666 ได้อย่างดี ทำให้เรา รู้สึกว่าเขาไม่ได้ทอดทิ้งตัวละคร แม้บางตัวอาจจะใช้ไม่มากนะแต่ก็ถือว่าทำให้เราหายคิดถึงตัวละครทุกตัวไปได้

ชอบวิธีการเล่าเรื่องใน 1666 เป็นอย่างมาก ลักษณะเหมือนการเล่าเรื่องแบบย้อนหลัง
เป็นการเล่าเรื่องราวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก่อนและค่อย ๆ สืบย้อนหลังกลับไปหาต้นตอของเหตุการณ์
ในจุดนี้มันทำให้เราดูแล้วไม่น่าเบื่อมันทำให้เราอยากค้นหาคำตอบไปพร้อม ๆ กับตัวละคร เล่าเรื่องเร็ว มีที่มาที่ไป

มีการสืบหาความจริง สามารถสรุปปมปัญหา หรืออะไรก็ตามที่ค้างคาใจคนดูทุกอย่าง
ตั้งแต่ Fear street 1994 และ 1978 ได้อย่างเกือบจะหมดจด เฉลยจุดเริ่มต้นของอาถรรพ์ได้ดี โดยเฉพาะเรื่องราวอาถรรพ์และการอาฆาตของแม่มดซาร่าห์ เฟียร์ ที่เป็นสาเหตุคำสาปของเมืองเซดี้ไซด์ก็กล่าวได้หมดจด เว้นเสียแต่ว่าเรื่องราวของนักฆ่าบางคน เขากลับเล่าได้น้อยมาก จนเหมือนว่าไม่อยากให้เราอยากรู้ที่มาที่ไปของนักฆ่า ตรงนี้น่าเสียดายมาก แถมในตอนจบของเรื่องเลยเขาก็ทิ้งบางอย่างเอาไว้ให้เป็นเชื้อ อันเป็นเอกลักษณ์ของหนังแนว 80s กับ 90s เอาไว้ด้วย ซึ่งเขาจะสามารถทำต่อหรือไม่ทำต่อก็ยังได้ ในจุดนี้ประทับใจมาก ๆ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *