TDRI ชงรัฐปรับโมเดลประเทศ สร้างเศรษฐกิจคุณภาพ ดันจีดีพีโต 5%

TDRI ชงรัฐปรับโมเดลประเทศ สร้างเศรษฐกิจคุณภาพ ดัน DGPโต 5%

TDRI เผยเศรษฐกิจของประเทศไทยค่อยๆ เติบโตลดลง เหลือ 2.6% ในอีก 20 ปีข้างหน้า ชงรัฐปรับโมเดลพัฒนาประเทศ “ฟื้นฟู-ต่อเติม” สร้างเศรษฐกิจคุณภาพ ดันจีดีพีโต 5% ไปอีก 20 ปีข้างหน้า

ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัย เพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยว่า เมื่อโควิดเกิดขึ้น โมเดล ในการใช้พัฒนาประเทศ แบบเดิมน่าจะไม่สามารถใช้ได้ ต่อไปแล้ว เนื่องจากเศรษฐกิจไทย กำลังเติบโตช้าลง และ น่าจะมีการเติบโตลดลง หลังจากฟื้นตัวจาก โควิด ซึ่ง 1-3 ปีนี้ อาจจะมีอัตราการเติบโตสูง

แต่หลังจากนั้น การเติบโตจะค่อยๆ ลดลง เหลือ 2.6% ในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยสาเหตุ มากจากสังคมไทย กำลังจะกลาย เป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว โดยประชากรมีอายุมากกว่า 65 ปี กำลังจะเพิ่มมากกว่าประชากรที่มีอายุ 15 ปี ส่งผลให้คนไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานลดลง

“แผลเป็นที่เกิดขึ้นจาก โควิด-19 ไม่ว่าจะคนว่างงาน รวมถึงธุรกิจล้มละลาย แรงต้านในอนาคต ที่จะเกิดขึ้น จากสังคมไทย เป็นสังคมสูงอายุ จะทำให้โมเดลในการพัฒนาประเทศ แบบเดิม ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งที่ผ่านมา เราเน้นสร้างการเติบโต โดย ผลิตภาพโดยรวม หรือเรียกกว่า TFP ซึ่งปกติไทยมี TFP เพิ่มขึ้นประมาณปีละ 0.5% ช่วยให้การเติบโต ไม่แย่เกินไป

ต่อให้ เรายกระดับผลิตภาพขึ้นอีกครึ่ง % ต่อเนื่อง 20 ปี เมื่อพ้น 20 ปี รายได้ต่อหัวคนไทย จะเพิ่มขึ้น เป็น 10,000 ดอลลาร์ จากระดับปัจจุบัน แต่ก็ยังไม่สูงพอ ที่จะทำให้คนไทย พ้นจากกับดักรายได้ ของประเทศปานกลางได้ หมายความว่า เมื่อเราเป็นสังคมสูงอายุ อาจไม่มีรายได้เพียงพอ สำหรับบำนาญ รักษาพยาบาลของผู้สูงอายุ”

TDRI ชงรัฐปรับโมเดลประเทศ สร้างเศรษฐกิจคุณภาพ ดัน DGPโต 5%

นายสมเกียรติได้กล่าวว่า ประเทศไทยต้องสร้าง โมเดลในการปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจใหม่ ซึ่ง TDRI เสนอ โมเดลฟื้นฟูและต่อเติม โดยฟื้นฟูคน สิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาพื้นฐานเดิม ต่อเติมยกระดับการผลิต และ การปฏิรูปภาครัฐ ซึ่งจะเน้นส่วนร่วมในการพัฒนา และ ช่วยกระจายประโยชน์จากการพัฒนา ให้แก่ คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนจน

เพราะฉะนั้น การเติบโตที่เกิดขึ้น จะเป็นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยยึดคนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจากการรักษาระดับการเติบโต ไม่ให้ต่ำเกินไป เวลาเดียวกัน สามารถลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความยั่งยืน และ ยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งจะทำให้คนไทย มีความสุขได้มากขึ้น

 

ทั้งนี้ ประเทศไทยเรา จะกลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูงได้ หากปฏิรูปทั้ง 4 อย่าง ได้แก่ การลดความสูญเสียทาง สุขภาพประชาชน ยกระดับการศึกษา เพิ่มผลิตภาพด้านการผลิต ไม่ว่าจะเป็นเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ตลอดจนการปฏิรูป ภาครัฐ ซึ่งการดำเนินการ ตามโมเดล ประเทศพัฒนาใหม่นี้

นอกจากจะทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโต  พ้นกับดักรายได้ประเทศปานกลางแล้ว ประเทศไทย ยังจะมีความเหลื่อมล้ำลดลง คุณภาพชีวิตดีขึ้นด้วย

รัฐจะต้องตั้งเป้าให้เศรษฐกิจ เติบโตอย่างมีคุณภาพ เฉลี่ย 5% เพื่อมุ่งเป็นประเทศพัฒนา โดย 5% นั้น หากมองแนวโน้มปัจจุบันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าพิจารณาดูว่ามีพื้นฐานเศรษฐกิจไทย ที่น่าจะขยายตัวได้ปีละ 3% อยู่แล้ว หากวางเป้าเพิ่มอีก 2% โดยการปรับโมเดลดังกล่าว และ แจกแจงรายละเอียดตลอด 20 ปี

ควรจะแบ่งแต่ละด้าน ว่าควรจะโตจากผลิตภาพที่เพิ่มขึ้น  ได้อีก 0.9% จากการ ลดความสูญเสียจากสุขภาพอีก 0.6% จากการเพิ่มคุณภาพประชากร 0.25% และ จากการปฏิรูปภาครัฐ ทำรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ปฏิรูปกฎระเบียบอีก 0.25% ฉะนั้น ประเทศไทยก็จะโต 5% ไปอีก 20 ปี”

 

ทีดีอาร์ไอ (TDRI) หรือ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(Thailand Development Research Institute) เป็นมูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไร ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2527 ที่มีพันธกิจหลักคือ การทำการวิจัยเชิงนโยบายสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายด้านเศรษฐกิจ กฎหมาย สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน

เพื่อเผยแพร่ต่อภาครัฐ เอกชน และ ประชาชน เพื่อการกำหนด นโยบายระยะยาว อันมีผลต่อการ พัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

TDRIก่อตั้งขึ้น โดยความริเริ่มของสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งชาติ ที่ต้องการให้มีหน่วยงานวิจัย และเสนอนโยบายเป็นอิสระ ของอำนาจการเมืองและข้าราชการ ด้วยเหตุนี้ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีไทยในขณะนั้น และ ปิแอร์ ทรูโด (Pierre Trudeau) นายกรัฐมนตรีแคนาดา จึงได้ลงนามในข้อตกลงให้ความช่วยเหลือ

ได้มอบทุนให้ดำเนินการจัดตั้ง สถาบันในเริ่มแรก ผ่านองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งแคนาดา (Canadian International Development Agency) นอกจากนี้ ยังมี องค์กรเพื่อการพัฒนานานาชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Agency for International Development) ร่วมให้ทุนสนับสนุนการก่อตั้ง เช่นเดียวกับบริษัทเอกชนอื่นๆ เช่น บริษัทในกลุ่มมิตซุย บริษัทยูโนแคล ประเทศไทย เป็นต้น

ตั้งแต่ก่อตั้ง สถาบันได้มีการ ดำเนินงานวิจัยไปแล้ว มากกว่า 800 โครงการ ในหัวข้อต่าง ๆ ทั้งระดับประเทศ ทั้งประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ โดย มีเป็นหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานต่างประเทศ เป็นผู้ว่าจ้างหลัก

นอกจากรายได้ที่ได้ จากการถูกว่าจ้างจากหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานต่างประเทศแล้ว ทีดีอาร์ไอยังใช้งบประมาณ ของตนเองในการผลิตงานวิจัยเชิงนโยบายในหัวข้อที่กำหนดเอง โดย เน้นหัวข้อที่ทีดีอาร์ไอคิดว่าสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต เช่น การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การพัฒนาระบบศึกษาไทย และโมเดลใหม่ทางเศรษฐกิจ เป็นต้น

ยูฟ่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *